postposttoday ลงประกาศฟรี

ผู้เขียน หัวข้อ: ทำความรู้จักกับ Power supply  (Read 13 times)

visutkewkan

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • ดูรายละเอียด
ทำความรู้จักกับ Power supply
« เมื่อ: ก.พ. 07, 2019, 01:40 AM »
เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นมากมายในตอนนี้ อีกทั้งใช้ในลัษณะของการบันทึกข้อมูลเล่นเกมส์ ค้นหาข้อมูลหรือใช้สำหรับติดต่อสื่อสาร ดูเหมือนจะทุกบ้านจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำหนึ่งตัว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คซึ่งสามารถนำพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ด้านในเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยวัสดุอุปกรณ์หลากหลายประเภท อาทิเช่น ฮาร์ดดิสก์Mainboard ฟล็อบปี้ดิสก์ CPU พัดลม การ์ดแสดงผล แรม ฟล็อปปี้ดิสก์ ไดรฟ์สำหรับอ่านข้อมูลที่ได้รับมาจากแผ่นซีดีหรือแผ่นดีวีดี แล้วก็พาวเวอร์ซัพพลายฯลฯ ซึ่งส่วนที่ทำหน้าเริ่มสำหรับในการปฏิบัติงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็น พาวเวอร์ซัพพลาย (Power supply)



Power Supply อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับคอมพิวเตอร์



Power supply เป็น วัสดุอุปกรณ์ ชิ้นหนึ่งที่ประกอบอยู่ในซีพียูของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมสีเท่าเงิน เป็นอุปกรณ์ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องควรจะมี ซึ่งข้างในประกอบด้วยอุปกรณ์ดังนี้

- วิถีทางเข้าของไฟฟ้ากระแสลับ ที่ส่วนนี้จะมีช่องสำหรับเสียบสายไฟจากด้านนอกไปสู่ภายนเครื่องพาวเวอร์ซัพพลาย

- ฟิวส์ (Fuse) มีบทบาทสำหรับเพื่อการตัดไฟฟ้าที่เข้ามาเกินความปรารถนาของเครื่อง ได้แก่ ในเรื่องที่กำเนิดฟ้าผ่า ไฟซ้อตหรือไฟเกินจากไฟฟ้าข้างนอก ฟิวส์จะปฏิบัติภารกิจคุ้มครองปกป้องไม่ให้กระแสไฟฟ้าที่เกินนั้นเข้าไปด้านในเครื่องพาวเวอร์ซัพพลายได้ เพื่อคุ้มครองปกป้องความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นเมื่อพาวเวอร์ซัพพลายได้รับกระแสไฟฟ้าเยอะเกินไปนั่นเอง

- วงจรกรองแรงกดดัน ทำหน้าที่รักษาระดับแรงดันกระแสไฟฟ้าที่ไปสู่เครื่องให้มีแรงดันที่คงที่ไม่สูงเกินไป เพราะว่าหากแรงกดดันกระแสไฟฟ้าเข้าสู่วงจรไฟฟ้าภายในเครื่องพาวเวอร์ซัพพลายจะก่อให้วงจรด้านในเครื่องกำเนิดความย่ำแย่ได้

-ภาคเรคติไฟเออร์ (Rectifier) ปฏิบัติหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าสลับที่ได้รับจากข้างนอกให้แปลงเป็นไฟฟ้ากระแสตรง

- หม้อแปลงไฟฟ้า ปฏิบัติภารกิจ ลดแรงดันของไฟกระแสตรงที่ไดรับจากภาคเรคติไฟเอ้อร์ให้มีค่าลดน้อยลงตามสิ่งที่มีความต้องการสำหรับในการใช้งานของอุปกรณ์

- วงจรควบคุม เป็นเครื่องมือ ที่ปฏิบัติภารกิจ ควบคุมการจ่ายพลังงานไปให้กับวัสดุอุปกรณ์ ต่างๆภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

- พัดลม ทำหน้าที่ระบายความร้อนที่เกิดขึ้นด้านใน Power supply เพื่อคุ้มครองปกป้องช็อตหรือการลัดวงจรของแผงวงจรด้านในนั่นเอง จำนวนพัดลมมีตั้งแต่ว่า 1-3 ตัว ขึ้นอยู่กับกำลังของเครื่องยิ่งมีกำลังไฟมากก็ควรจะมีพัดลมติดเพื่อระบายความร้อนได้มากนั่นเอง พาวเวอร์ซัพพลายจะกระทำการจัดตั้งไว้ที่มุมบนด้านหลังสุดของเคส และก็เชื่อมต่อกับกระแสไฟจากข้างนอกไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งหน้าที่ของพาวเวอร์ซัพพลายมีดังนี้
แปลงกระแสไฟ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ด้านในเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละชนิดแต่ละชิ้นจะมีการใช้กระแสไฟฟ้าแบบไฟฟ้ากระแสตรงเท่านั้น แต่ไฟฟ้าตามบ้านช่องจะเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงจำต้องทำการแปลงกระสไฟฟ้าก่อนก็เลยจะสามารถเอาไปใช้งานกับวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ จึงจำเป็นต้องอาศัย Power supply มาทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าสลับตามบ้านที่มีความแรง 220 โวลล์ให้แปลงเป็นไฟกระแสตรงสำหรับเพื่อการใช้งานกับเครื่องมือในเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง

ปฏิบัติภารกิจจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่อุปกรณ์ เมื่อพาวเวอร์ซัพพลายได้รับกระแสไฟจากภายนอกจะกระทำแปลงกระแสไฟเป็นกระแสสลับแล้ว ขั้นตอนต่อมาเครื่อง Power supply จะทำการลดแรงกดดันไฟฟ้าจากที่มีค่าสูงให้ต่ำลงเรื่อยๆจนเหลือตรงที่มีขนาดความแรงตั้งแต่ 3.3 โวลล์ 5.0 โวลล์และก็ 12 โวลล์ ในการใช้งานเครื่องมือ อิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์และมอเตอร์ของพัดลมกับตัวอ่านดิสก์และก็ไดร์เป็นลำดับ แล้วก็จะทำการจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ที่อยู่ด้านในเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพ

จะมีความเห็นว่าพาวเวอร์ซัพพลายมีความจำเป็นไม่น้อยเลยสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะว่าแม้วัสดุอุปกรณ์ชิ้นนี้มีการดำเนินการที่ไม่ปกติ ทำให้มีการส่งกระแสไฟไปยังองค์ประกอบด้านในเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สม่ำเสมอหรือมีการส่งขนาดกระแสไฟฟ้าที่สูงหรือน้อยกว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นจึงควรใช้งาน ย่อมทำให้วัสดุอุปกรณ์ดังที่กล่าวถึงแล้วเสียหายได้ โดยเหตุนี้ก่อนที่จะทำการตัดสินใจซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่สักเครื่องหรืออยาก Power supply ตัวใหม่มาตอบแทนตัวเก่าที่เสียหายไปก็ควรที่จะเลือกมีขนาด 400 วัตต์ขึ้นไป เพราะว่ายิ่งปริมาตรของเครื่องจ่ายสูงก็จะสามารถกระทำการจ่ายไฟฟ้าให้กับวัสดุอุปกรณ์ได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่มีอาการไฟฟ้ากระตุกที่จะทำให้วัสดุอุปกรณ์ข้างในเกิดความช็อตได้ เพื่อที่ลักษณะการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะได้มีประสิทธิภาพสูงสุดและมีอายุการใช้ของเครื่องมือข้างในแต่ละชิ้นจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นด้วย